โยคะมีหลายท่า หลายประเภท สำหรับโยคะที่นำ link มาให้ดูนี้เป็นโยคะแบบธิเบต ซึ่งถูกนำมาเผยแพร่เป็นที่รู้จักกันในต่างประเทศมานานแล้ว โดยมีฝรั่งเข้าไปร่ำเรียนมาจากพระลามะในธิเบต ซึ่งคนที่ฝึกเป็นประจำแม้อายุจะมากแล้วก็ยังดูอ่อนกว่าวัยมาก ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ The Five Tibetan Rites
อันที่จริงท่าโยคะนี้มีลักษณะต่างจากอาสนะโยคะทั่วไปตรงที่ต้องเคลื่อนไหวเป็นจังหวะที่แน่นอนตามลมหายใจเข้า-ออก และมีลักษณะการการใช้พลังกล้ามเนื้อไปพร้อมกับการยืดหยุ่น ซึ่งดูมีลักษณะเหมือนท่าบริหารร่างกายมากกว่าโยคะอาสนะที่เรามักพบเห็นกัน แต่ผลของมันสามารถกระตุ้นศูนย์กลางพลังงานต่างๆในร่างกายหรือ “จักร” ตามตำแหน่งต่างๆได้เป็นอย่างดี ทำให้ผู้ฝึกมีร่างกายที่แข็งแรง คล่องแคล่ว ว่องไว
ท่าการฝึกของโยคะชุดนี้มีอยู่เพียง 5 ท่า คือ ท่าหมุนตัว ท่าคีม ท่านั่งเอนตัว ท่าโต๊ะ และท่าสามเหลี่ยมหน้า-หลัง ในการหายใจให้ใช้จังหวะที่ร่างกายยืดออกหายใจเข้า เมื่อจังหวะที่ร่างกายห่อตัวลง หรือกลับสภาพเดิมจะหายใจออก ส่วนจำนวนครั้งในการฝึกส่วนใหญ่ตั้งไว้ที่ 21 ครั้งสำหรับผู้ฝึกใหม่ควรจะเริ่มน้อยๆตามกำลังของตนเองก่อน และควรให้เวลาพักผ่อนสำหรับการปรับร่างกายหนึ่งวัน หรือก็คือฝึกวันเว้นวันนั่นเอง
ลองดูจากคลิป ผมเอามาจากเว็บ youtube ที่เอาคลิปคุณฝรั่งคนนี้เพราะพี่แกดูเท่ห์ดีครับ -_-++
นอกจากนี้ยังมี ท่าฝึกที่ 6 ใช้สำหรับผู้ที่ฝึกทั้ง 5 ท่ามาระยะหนึ่งจนรู้สึกว่าร่างกายมีพลังภายในมาก เกิดความรู้สึกอุ่นร้อนที่ท้องน้อย(โดยไม่ใช่อุปทาน-คือรู้สึกเองเป็นธรรมชาติ) ซึ่งท้องน้อยเป็นศูนย์กลางที่เก็บพลังงานละเอียด ก็จะฝึกท่านี้เพื่อดึงพลังงานที่เก็บไว้มาหล่อเลี้ยงสร้างเสริม ซ่อมแซมพลังงาน เลือดลม ในส่วนละเอียดของร่างกาย
ข้อเตือนใจของการฝึกท่าที่ 6 สำหรับผู้ที่ใจเร็วด่วนได้โดยไม่ได้ฝึกท่าทั้ง 5 มาก่อนก็คือ เมื่อฝึกแล้วจะไม่เกิดประโยชน์อันใดเลยเนื่องจากท่าที่ 6 เปรียบเสมือนการนำพลังไปใช้ หากไม่ฝึก 5 ท่าแรกมาระยะเวลาพอสมควรก็จะไม่มีพลังงานสะสมให้นำไปใช้ได้
ท่าที่6ครับ
วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
