<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-7699648787053323682</id><updated>2012-02-17T09:36:15.855+07:00</updated><category term='ชี่กง'/><category term='ออกกำลังกาย'/><category term='โยคะ'/><category term='ฟิตเนส'/><category term='แอโรบิคส์ ฟิตเนส fitness ลดไขมัน วิ่ง ปั่นจักรยาน โยคะ ชี่กง ลมปราณ สุขภาพ'/><category term='แอโรบิคส์'/><title type='text'>รวมศาสตร์แห่งการออกกำลังกาย ฟิตเนส โยคะ ชี่กง แอโรบิคส์</title><subtitle type='html'>โซนฟิตฟิต ความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกาย ทั้งแอโรบิคส์ ฟิตเนส เวทเทรนนิ่ง เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน โยคะ ชี่กง</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://zonefitfit.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7699648787053323682/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://zonefitfit.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>BigOne</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16741474113141723194</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='29' src='http://1.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SrC6XOgWkqI/AAAAAAAAAAM/1zWDERIXyDM/S220/bigone.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>10</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7699648787053323682.post-4336660864683943619</id><published>2009-10-13T03:54:00.002+07:00</published><updated>2009-10-13T03:55:46.977+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แอโรบิคส์'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ชี่กง'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='โยคะ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ฟิตเนส'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ออกกำลังกาย'/><title type='text'>ข้อปฏิบัติในการออกกำลังกายมีอะไรบ้าง</title><content type='html'>1. ไม่ควรรับประทานอาหารก่อนออกกำลังกายประมาณหนึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง&lt;br /&gt;2. ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่สบายๆ ไม่รัดแน่นจนอึดอัด และเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่ว&lt;br /&gt;3. ควรพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ ผู้ฝึกฝนจะได้มีกำลังกายเพื่อสำหรับการบริหารร่างกายได้อย่างเต็มที่&lt;br /&gt;4. เลือกสถานที่ออกกำลังกายที่โล่ง สะอาด อากาศถ่ายเทสะดวก มีมลพิษน้อยที่สุด เนื่องจากในขณะออกกำลังกายผู้ฝึกฝนย่อมมีภาวะการสูดรับเอาอากาศจากภาพแวดล้อมโดยรอบเข้ามามากกว่าคนปกติ ซึ่งเมื่อมีมลพิษเสียแล้วร่างกายย่อมสูดรับเอาสารมลพิษเข้ามามากว่าปกติ กลายเป็นผลเสียแทนที่การออกกำลังนั้นจะมีผลดีต่อร่างกาย&lt;br /&gt;5. การออกกำลังกายต้องคำนึงถึงสภาพร่างกายเป็นสำคัญ เช่นในช่วงเวลาที่ผู้ฝึกฝนเจ็บป่วยไม่สบาย ไม่สามารถออกกำลังกายได้ก็ควรหยุดพักผ่อนให้ร่างกายหายดีเสียก่อน หรือหากเพิ่งหายจากการเจ็บป่วยก็ควรเริ่มออกกำลังกายแต่น้อย อย่าเพิ่งฝึกฝนในระดับปกติเนื่องจากร่างกายเพิ่งจะปรับตัวเข้าสู่สภาพปกติ กำลังกายอาจไม่จะยังไม่ฟื้นขึ้นมาจนอยู่ในระดับเดิม&lt;br /&gt;6. ไม่ควรดื่มน้ำเย็นในขณะที่พักเหนื่อย เนื่องจากเมื่อมีการออกกำลังกายร่างกายจะมีอุณหภูมิสูงเมื่อมีการดื่มน้ำเย็นเข้ามาร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อปรับอุณหภูมิอย่างกระทันหันซึ่งอาจทำให้เจ็บป่วยได้ หรืออย่างเบาแทนที่ร่างกายจะเกิดความร้อนเพื่อนำไปเผาผลาญไขมันหรือส่งเสริมการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิตก็จะสูญเสียความร้อนนั้นไป&lt;br /&gt;7. หลังการออกกำลังกายควรจะผ่อนคลายร่างกายด้วยการเดินไปมารอบๆบริเวณนั้นจนร่างกายกลับเข้าสู่ภาะปกติ ไม่ควรหยุดพักโดยนั่งหรือนอนทันทีเนื่องจากจะทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทันอาจมีผลกระทบต่อหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิตในระยะยาว&lt;br /&gt;8. ไม่ควรอาบน้ำชำระร่างกายในขณะที่เพิ่งเสร็จสิ้นจากการออกกำลังกาย เนื่องจากจะทำให้ร่างกายปรับอุณหภูมิไม่ทันอาจทำให้เจ็บป่วยไม่สบาย ถ้าร้ายแรงมากอาจช็อคเสียชีวิตได้ทันที&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7699648787053323682-4336660864683943619?l=zonefitfit.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://zonefitfit.blogspot.com/feeds/4336660864683943619/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7699648787053323682&amp;postID=4336660864683943619&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7699648787053323682/posts/default/4336660864683943619'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7699648787053323682/posts/default/4336660864683943619'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://zonefitfit.blogspot.com/2009_10_11_archive.html#4336660864683943619' title='ข้อปฏิบัติในการออกกำลังกายมีอะไรบ้าง'/><author><name>BigOne</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16741474113141723194</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='29' src='http://1.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SrC6XOgWkqI/AAAAAAAAAAM/1zWDERIXyDM/S220/bigone.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7699648787053323682.post-8866972416957378842</id><published>2009-10-02T20:39:00.009+07:00</published><updated>2009-10-03T16:09:12.151+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แอโรบิคส์ ฟิตเนส fitness ลดไขมัน วิ่ง ปั่นจักรยาน โยคะ ชี่กง ลมปราณ สุขภาพ'/><title type='text'>ฝึกโยคะแบบธิเบต</title><content type='html'>&lt;strong&gt;โยคะ&lt;/strong&gt;มีหลายท่า หลายประเภท สำหรับโยคะที่นำ link มาให้ดูนี้เป็นโยคะแบบธิเบต ซึ่งถูกนำมาเผยแพร่เป็นที่รู้จักกันในต่างประเทศมานานแล้ว โดยมีฝรั่งเข้าไปร่ำเรียนมาจากพระลามะในธิเบต ซึ่งคนที่ฝึกเป็นประจำแม้อายุจะมากแล้วก็ยังดูอ่อนกว่าวัยมาก ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ &lt;strong&gt;The Five Tibetan Rites&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;อันที่จริงท่าโยคะนี้มีลักษณะต่างจากอาสนะโยคะทั่วไปตรงที่ต้องเคลื่อนไหวเป็นจังหวะที่แน่นอนตามลมหายใจเข้า-ออก และมีลักษณะการการใช้พลังกล้ามเนื้อไปพร้อมกับการยืดหยุ่น ซึ่งดูมีลักษณะเหมือนท่าบริหารร่างกายมากกว่าโยคะอาสนะที่เรามักพบเห็นกัน แต่ผลของมันสามารถกระตุ้นศูนย์กลางพลังงานต่างๆในร่างกายหรือ &lt;strong&gt;“จักร”&lt;/strong&gt; ตามตำแหน่งต่างๆได้เป็นอย่างดี ทำให้ผู้ฝึกมีร่างกายที่แข็งแรง คล่องแคล่ว ว่องไว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่าการฝึกของโยคะชุดนี้มีอยู่เพียง 5 ท่า คือ &lt;strong&gt;ท่าหมุนตัว ท่าคีม ท่านั่งเอนตัว ท่าโต๊ะ&lt;/strong&gt; และ&lt;strong&gt;ท่าสามเหลี่ยมหน้า-หลัง&lt;/strong&gt; ในการหายใจให้ใช้จังหวะที่ร่างกายยืดออกหายใจเข้า เมื่อจังหวะที่ร่างกายห่อตัวลง หรือกลับสภาพเดิมจะหายใจออก ส่วนจำนวนครั้งในการฝึกส่วนใหญ่ตั้งไว้ที่ 21 ครั้งสำหรับผู้ฝึกใหม่ควรจะเริ่มน้อยๆตามกำลังของตนเองก่อน และควรให้เวลาพักผ่อนสำหรับการปรับร่างกายหนึ่งวัน หรือก็คือฝึกวันเว้นวันนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;object width="445" height="364"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/APzA1W68y1E&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;border=1"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowFullScreen" value="true"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowscriptaccess" value="always"&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/APzA1W68y1E&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;border=1" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="445" height="364"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลองดูจากคลิป ผมเอามาจากเว็บ youtube ที่เอาคลิปคุณฝรั่งคนนี้เพราะพี่แกดูเท่ห์ดีครับ -_-++&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ยังมี ท่าฝึกที่ 6 ใช้สำหรับผู้ที่ฝึกทั้ง 5 ท่ามาระยะหนึ่งจนรู้สึกว่าร่างกายมีพลังภายในมาก เกิดความรู้สึกอุ่นร้อนที่ท้องน้อย(โดยไม่ใช่อุปทาน-คือรู้สึกเองเป็นธรรมชาติ) ซึ่งท้องน้อยเป็นศูนย์กลางที่เก็บพลังงานละเอียด ก็จะฝึกท่านี้เพื่อดึงพลังงานที่เก็บไว้มาหล่อเลี้ยงสร้างเสริม ซ่อมแซมพลังงาน เลือดลม ในส่วนละเอียดของร่างกาย&lt;br /&gt;ข้อเตือนใจของการฝึกท่าที่ 6 สำหรับผู้ที่ใจเร็วด่วนได้โดยไม่ได้ฝึกท่าทั้ง 5 มาก่อนก็คือ เมื่อฝึกแล้วจะไม่เกิดประโยชน์อันใดเลยเนื่องจากท่าที่ 6 เปรียบเสมือนการนำพลังไปใช้ หากไม่ฝึก 5 ท่าแรกมาระยะเวลาพอสมควรก็จะไม่มีพลังงานสะสมให้นำไปใช้ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;object width="445" height="364"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/VTG1a3E0zTg&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;border=1"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowFullScreen" value="true"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowscriptaccess" value="always"&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/VTG1a3E0zTg&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;border=1" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="445" height="364"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่าที่6ครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7699648787053323682-8866972416957378842?l=zonefitfit.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://zonefitfit.blogspot.com/feeds/8866972416957378842/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7699648787053323682&amp;postID=8866972416957378842&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7699648787053323682/posts/default/8866972416957378842'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7699648787053323682/posts/default/8866972416957378842'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://zonefitfit.blogspot.com/2009_09_27_archive.html#8866972416957378842' title='ฝึกโยคะแบบธิเบต'/><author><name>BigOne</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16741474113141723194</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='29' src='http://1.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SrC6XOgWkqI/AAAAAAAAAAM/1zWDERIXyDM/S220/bigone.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7699648787053323682.post-6459007854838931151</id><published>2009-09-29T22:27:00.003+07:00</published><updated>2009-09-30T14:12:50.044+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แอโรบิคส์ ฟิตเนส fitness ลดไขมัน วิ่ง ปั่นจักรยาน โยคะ ชี่กง ลมปราณ สุขภาพ'/><title type='text'>เสริมสร้างพลังด้วยการพักผ่อนอย่างถูกวิธี</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SsJO8R-9X-I/AAAAAAAAAGc/3q_3D0XIdlI/s1600-h/Sleep.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5386954901815123938" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 200px; CURSOR: hand; HEIGHT: 134px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SsJO8R-9X-I/AAAAAAAAAGc/3q_3D0XIdlI/s200/Sleep.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;หลังจากที่ออกกำลังรูปแบบต่างๆเสร็จสิ้นในแต่ละครั้ง ผู้ฝึกฝนควรจะมีเวลาพักผ่อนร่างกายเพื่อให้โอกาสร่างกายทำการฟื้นฟู ซ่อมแซม และชดเชย พลังงานต่างๆที่ใช้ไปขณะออกกำลังกาย โดยธรรมชาติแล้วร่างกายมนุษย์เปรียบเสมือนเครื่องจักรอันมหัศจรรย์ที่สามารถเรียนรู้และตอบรับสิ่งต่างๆรอบตัวได้เป็นอย่างดี ยกตัวอย่างเช่นเมื่อกล้ามเนื้อต้องออกแรงเป็นอย่างมากในขณะออกกำลัง แน่นอนว่ากล้ามเนื้อต้องสูญเสียพลังงานไปส่วนหนึ่ง แต่นั่นก็ทำให้ร่างกายเกิดการเรียนรู้ว่าจำเป็นต้องหาพลังงานมาสะสมให้มากกว่าเดิมเพื่อที่ในโอกาสต่อไปจะได้มีพลังงานนำมาใช้ได้ในครั้งต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นในช่วงที่ร่างกายจะต้องสะสมพลังงานก็คือช่วงเวลาที่ร่างกายต้องพักผ่อนเพื่อให้โอกาสในการเสริมสร้างซ่อมแซมส่วนต่างๆให้พร้อมที่จะรับการฝึกครั้งต่อไปพร้อมกับรับพลังงานเข้ามาใหม่จากอาหารที่เรารับประทานเข้าไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การพักผ่อนร่างกายจากการออกกำลังกายไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องหยุดทำกิจกรรมต่างๆแล้วนั่งเล่นนอนเล่นเพื่อรอให้ร่างกายฟื้นฟูสภาพ แต่หมายถึงการหยุดวิธีใช้กำลังประเภทนั้นชั่วคราว คือหลังจากออกกำลังแล้วก็สามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติ ใช้ชีวิตประจำวันแบบปกติทั่วไป เพียงแต่หลีกเลี่ยงการออกกำลังในรูปแบบนั้นแทน รวมทั้งรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และนอนหลับให้เพียงพอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การออกกำลังประเภทต่างๆมีข้อกำหนดในการพักผ่อนที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น การฝึกแบบ&lt;strong&gt;อะแนโรบิคส์(anaerobics)&lt;/strong&gt; เช่นเพาะกาย เวทเทรนนิ่ง นั้นกำหนดให้ฝึกภายในเวลาไม่เกิน 90 นาที ซึ่งภายในระยะเวลานี้ผู้เล่นมากนานอาจสามารถบริหารร่างกายได้ไม่ครบทุกส่วนก็จำเป็นต้องหยุด แล้วพักผ่อนกล้ามเนื้อส่วนที่ใช้ไปแล้ว โดยหลักจะต้องใช้เวลาพักประมาณ 2 วันต่อกล้ามเนื้อหนึ่งส่วนโดยเฉพาะกล้ามเนื้อชิ้นใหญ่ก็ต้องใช้เวลาพักมากกว่ากล้มเนื้อชิ้นเล็ก และในหนึ่งวันอาจสามารถฝึกได้ 2 ช่วงการฝึกโดยควรเว้นช่วงพักผ่อนอย่างน้อย 6 - 8 ชั่วโมง และทั้ง 2 ช่วงการฝึกจะต้องเป็นการฝึกกล้ามเนื้อคนละส่วนกัน มิฉะนั้นก็จะกลายเป็นการฝึกอย่างหักโหม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนการออกกำลังแบบ&lt;strong&gt;แอโรบิคส์ (aerobics)&lt;/strong&gt; มีคาบการฝึกแต่ละครั้งขึ้นอยู่กับระดับการออกแรง โดยมากจะกำหนดให้อยู่ในระยะเวลาประมาณ 40-60 นาที ต่ออัตราการเต้นหัวใจสูงสุดต่อนาที 60-85% ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี หากใช้เวลามากกว่านี้จำเป็นต้องคำนึงถึงสภาพร่างกายไม่ให้เข้าสู่ภาวะหักโหม ถึงอย่างไรการออกกำลังแบบ&lt;strong&gt;แอโรบิคส์&lt;/strong&gt;เพียงระยะเวลา 40-60 นาทีก็มีผลให้ร่างกายเกิดความตื่นตัวและเริ่มกระบวนเผาผลาญไขมันไปตลอดจนเกือบถึง 24 ชั่วโมงอยู่แล้ว ซึ่งก็เพียงพอให้ร่างกายมีเวลาพักผ่อนเพื่อที่จะออกกำลังกายในครั้งต่อไป รวมกับระยะเวลาพักผ่อนให้ร่างกายฟื้นฟูพลังงานประมาณ 1 วัน ดังนั้นก็การออกกำลังประเภทนี้ด้วยระยะเวลาวันเว้นวันก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ส่วนการออกกำลังที่เบากว่าอย่างเช่นเดิน หรือวิ่งเหยาะ ซึ่งมีความเข้มข้นต่ำก็อาจสามารถออกกำลังได้ทุกวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับ&lt;strong&gt;โยคะ&lt;/strong&gt;และ&lt;strong&gt;ชี่กง&lt;/strong&gt;ซึ่งมีการควบคุมระบบต่างๆในร่างกายอย่างสมดุลย์และข้อกำหนดเรื่องระยะเวลาการฝึกก็แล้วแต่การฝึกของแต่ละชนิด ซึ่งต้องคำนึงถึงสภาพร่างกายและชนิดของโยคะหรือชี่กง ถ้ามีความเข้มข้นในการออกกำลังมากจนอีกวันรู้สึกปวดเมื่อยจนออกกำลังไม่ได้ก็ควรจะเป็นแบบวันเว้นวัน แต่ถ้าไม่มีอาการดังกล่าวก็สามารถฝึก&lt;strong&gt;ชี่กง&lt;/strong&gt;หรือ&lt;strong&gt;โยคะ&lt;/strong&gt;ได้ทุกวัน&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7699648787053323682-6459007854838931151?l=zonefitfit.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://zonefitfit.blogspot.com/feeds/6459007854838931151/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7699648787053323682&amp;postID=6459007854838931151&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7699648787053323682/posts/default/6459007854838931151'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7699648787053323682/posts/default/6459007854838931151'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://zonefitfit.blogspot.com/2009_09_27_archive.html#6459007854838931151' title='เสริมสร้างพลังด้วยการพักผ่อนอย่างถูกวิธี'/><author><name>BigOne</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16741474113141723194</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='29' src='http://1.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SrC6XOgWkqI/AAAAAAAAAAM/1zWDERIXyDM/S220/bigone.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SsJO8R-9X-I/AAAAAAAAAGc/3q_3D0XIdlI/s72-c/Sleep.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7699648787053323682.post-3600687307196051632</id><published>2009-09-29T22:26:00.004+07:00</published><updated>2009-09-30T14:10:53.079+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แอโรบิคส์ ฟิตเนส fitness ลดไขมัน วิ่ง ปั่นจักรยาน โยคะ ชี่กง ลมปราณ สุขภาพ'/><title type='text'>อย่าฝึกอย่างหักโหม</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SsJOyPx3AII/AAAAAAAAAGU/N79_uIfEvPs/s1600-h/overtrain_1.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5386954729424617602" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 200px; CURSOR: hand; HEIGHT: 116px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SsJOyPx3AII/AAAAAAAAAGU/N79_uIfEvPs/s200/overtrain_1.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;มีผู้ที่ออกกำลังกายมาเป็นระยะเวลานานพอสมควรบางคนเริ่มเห็นผลจากการออกกำลังกายบ้างแล้วจึงเกิดความรู้สึกว่าต้องการจะบรรลุเป้าหมายโดยเร็วยิ่งขึ้น โดยจะต้องฝึกฝนให้หนักกว่าปกติ ยกตัวอย่างเช่นบางคนเต้นแอโรบิคส์ด้วยเวลาที่มากกว่าคนอื่นที่ฝึกมาพร้อมกันด้วยหวังว่าจะสามารถลดไขมันได้เร็วกว่า หรือพยายามออกกำลังกายอย่างเข้มข้นทุกวันเพื่อหวังจะให้ร่างกายเกิดการพัฒนาอย่างรวดเร็วกว่าคนอื่น แม้ว่าจะยากเย็นเพียงใดก็ต้องทำให้ได้ ประมาณว่าคนทั่วไปใช้เวลา 5 เดือน แต่ฉันขอใช้เวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีคิดดังกล่าวนับว่าผิดอย่างสิ้นเชิงเพราะว่าทุกขณะที่พวกเขาออกกำลังด้วยวิธีการเช่นนี้ก็เท่ากับว่ากำลังก้าวไปสู่ภาวะหักโหมของการออกแรงเสียแล้ว การฝึกฝนอย่างหนักนั้นสามารถทำให้การออกกำลังชนิดนั้นๆประสบความสำเร็จได้จริงแต่ต้องอยู่ภายใต้ปัจจัยของการฝึกอย่างถูกต้องถูกวิธีซึ่งมิใช่การฝึกหนักที่หมายถึงการฝืนออกกำลังเกินตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วอย่างไรจึงเรียกว่าการฝืนกำลังตนเองล่ะ? ในการออกกำลังกายชนิดต่างๆก็มีจุดจำกัดของการออกกำลังชนิดนั้นๆ เช่นการออกกำลังแบบ&lt;strong&gt;อะแนโนบิคส์ (anaerobics)&lt;/strong&gt;ที่หวังผลจะให้มวลกล้ามเนื้อเพิ่มขนาดขึ้น อย่างเช่นการเพาะกาย เวทเทรนนิ่ง นอกจากจะมีการจำกัดเวลาที่ไม่ควรออกกำลังอย่างต่อเนื่องเกิน 90 นาที เนื่องจากจะทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนที่ช่วยในการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้ออย่าง &lt;strong&gt;testosterone&lt;/strong&gt; ลดน้อยลง นอกจากนี้กล้ามเนื้อแต่ละส่วนยังถูกกำหนดด้วยวิธีการออกแรงซึ่งสัมพัทธ์กับจำนวนครั้งที่ต้องออกแรงด้วย น้อยเกินไปก็ได้ผลน้อย แต่หากมากเกินไปแทนที่จะได้มวลกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นกล้ามเนื้อกลับจะมีขนาดเล็กลงแทน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช่นเดียวกับการออกกำลังแบบ&lt;strong&gt;แอโรบิคส์ (aerobics)&lt;/strong&gt; เช่นเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน ก็มีระยะเวลาที่จำกัดอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 40-60 นาทีต่อคาบการออกกำลังกายหนึ่งครั้ง ตลอดจนต้องควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่ในเกณฑ์ หากมากกว่านี้ก็อาจทำให้เกิดสภาวะฝึกอย่างหักโหม อาจทำให้เลือดสูบฉีดไม่ทันก็จะหน้ามืดเป็นลม หรือในกรณีที่เผาผลาญไขมันจนหมดแล้วร่างกายก็จะสลายกล้ามเนื้อมาเป็นพลังงานแทนทำให้กล้ามเนื้อลีบเล็กลง แต่ที่กล่าวมานี้หมายถึงการออกแรงในระดับเดียวกันอย่างต่อเนื่องตลอดระยะการฝึกเท่านั้นอย่านำไปเปรียบเทียบกับการแข่งขันกีฬาเช่นวิ่งมาราธอน ปั่นจักรยานทางไกล หรือไตรกีฬา เพราะในการแข่งขันดังกล่าวซึ่งใช้เวลาเกิน 40 นาทีนี้ นักกีฬาจะมีช่วงที่ผ่อนแรงสลับกับออกแรงอยู่ตลอดเวลาไม่ได้ออกแรงในระดับเดียวกันตลอดการแข่งขัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในส่วนของการฝึก&lt;strong&gt;โยคะ&lt;/strong&gt;และ&lt;strong&gt;ชี่กง&lt;/strong&gt; ถึงแม้โดยส่วนใหญ่ทั้งโยคะและชี่กงจะไม่มีข้อจำกัดในเรื่องระยะเวลาการฝึกเพราะต้องขึ้นอยู่กับวิธีการฝึกแต่ละชนิด แต่ก็มีระดับการฝึกที่จำกัดไม่ให้ผู้ฝึกออกกำลังอย่างหักโหมเช่นกัน อาทิเช่นการทำท่า&lt;strong&gt;โยคะ&lt;/strong&gt;หรือ&lt;strong&gt;ชี่กง&lt;/strong&gt;บางท่าที่ผู้ฝึกไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ตามรูปแบบที่กำหนด เช่นร่างกายไม่ยืดหยุ่นพอ กล้ามเนื้อบางส่วนไม่แข็งแรงพอที่จะเคลื่อนไหวทำท่าทางที่กำหนดได้ ก็ไม่ควรฝืนสภาพร่างกายเพราะจะทำให้ร่างกายบาดเจ็บเช่นเส้นเอ็นหรือกล้ามเนื้อฉีกขาด หรืออักเสบ จึงควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7699648787053323682-3600687307196051632?l=zonefitfit.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://zonefitfit.blogspot.com/feeds/3600687307196051632/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7699648787053323682&amp;postID=3600687307196051632&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7699648787053323682/posts/default/3600687307196051632'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7699648787053323682/posts/default/3600687307196051632'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://zonefitfit.blogspot.com/2009_09_27_archive.html#3600687307196051632' title='อย่าฝึกอย่างหักโหม'/><author><name>BigOne</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16741474113141723194</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='29' src='http://1.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SrC6XOgWkqI/AAAAAAAAAAM/1zWDERIXyDM/S220/bigone.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SsJOyPx3AII/AAAAAAAAAGU/N79_uIfEvPs/s72-c/overtrain_1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7699648787053323682.post-413475077500155739</id><published>2009-09-29T22:25:00.005+07:00</published><updated>2009-09-30T01:19:09.034+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แอโรบิคส์ ฟิตเนส fitness ลดไขมัน วิ่ง ปั่นจักรยาน โยคะ ชี่กง ลมปราณ สุขภาพ'/><title type='text'>ฝึกแบบร้อนหรือว่าฝึกแบบเย็น - อันตรายแฝงที่นึกไม่ถึง</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SsJHR0X7uqI/AAAAAAAAAGM/QTdaW1CKinM/s1600-h/%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5386946475730909858" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 200px; CURSOR: hand; HEIGHT: 134px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SsJHR0X7uqI/AAAAAAAAAGM/QTdaW1CKinM/s200/%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ในปัจจุบันมีสถานออกกำลังบางแห่งนิยมการออกกำลังกายภายใต้อุณหภูมิที่สูงกว่าปกติ มีการปรับแต่งอุณหภูมิห้องให้มีความร้อน เพียงเข้าไปยังไม่ทันได้ออกกำลังก็รู้สึกว่าเหงื่อเริ่มจะออกแล้ว สถานออกกำลังดังกล่าวอ้างว่าการฝึกภายใต้อุณหภูมิเช่นนี้จะช่วยขับเหงื่อ ล้างพิษ และลดไขมันส่วนเกินได้ดีกว่าการฝึกในสภาวะปกติ นอกจากนี้ยังลดปัญหาการบาดเจ็บเนื่องจากความร้อนมีส่วนช่วยในการสร้างความยืดหยุ่นของร่างกาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภายหลังจากการฝึกแล้วชั่งน้ำหนักดูก็พบว่าน้ำหนักลดลงไปจริง แต่ในความเป็นจริงน้ำหนักที่ลดลงไปนั้นคือน้ำที่สูญเสียไปในรูปแบบของเหงื่อ ในสภาวะการหลั่งเหงื่ออย่างปกตินอกจากสารพิษจะถูกขับออกไปแล้วร่างกายยังสูญเสียเกลือแร่อีกหลายชนิดออกไปด้วยและทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลียตามมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเราออกกำลังภายในห้องที่อุณหภูมิสูง เหงื่อจะสามารถหลั่งออกมาได้จาก 2 สาเหตุคือจากการขับน้ำออกมาเพื่อระบายความร้อนออกทางผิวหนังซึ่งมาจากอุณหภูมิร้อนภายในห้อง กับเหงื่อได้จากการออกกำลังกายเผาผลาญไขมัน แต่เหงื่อที่ได้จากประเภทหลังก็ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของการออกกำลังชนิดนั้นด้วย เป็นต้นว่าหากคุณฝึกโยคะซึ่งมีประสิทธิภาพในการเผาผลาญไขมันช้ากว่าระดับการออกแรงแบบแอโรบิคส์ ก็เท่ากับว่าเหงื่อที่สูญเสียไปย่อมมาจากสาเหตุแรกมากกว่าคือเป็นเพราะร่างกายต้องการระบายความร้อนที่เกิดขึ้นภายในห้อง เพราะประสิทธิภาพการเผาผลาญไขมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับความร้อนของอุณหภูมิภายนอกแต่อยู่ที่ความเข้มข้นของวิธีการออกแรงต่างหาก &lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;strong&gt;ดังนั้นการฝึกโยคะภายในห้องที่มีความร้อนก็ไม่ได้มีประสิทธิผลในการเผาผลาญไขมันแตกต่างกับการฝึกโยคะแบบธรรมดาทั่วไป&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; เพียงแต่ได้เพิ่มกระบวนการใช้ความร้อนขับสารพิษออกทางผิวหนัง &lt;strong&gt;ซึ่งถือว่าร่างกายต้องทำงานหนักกว่าการฝึกโยคะธรรมดามากกว่าเดิม เพราะร่างกายต้องทำงานพร้อมกัน2อย่างคือออกแรงกับขับความร้อนระบายสารพิษ&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ข้อดีของการฝึกในอุณหภูมิที่ร้อนก็คือร่างกายปรับความยืดหยุ่นได้ดี สามารถช่วยลดอาการบาดเจ็บ หลังจากที่ออกกำลังกายเสร็จจะพบว่าน้ำหนักตัวลดลง แต่ว่าก็เป็นวิธีเดียวกับการลดน้ำหนักแบบนักมวยคือทำให้น้ำในร่างกายน้อยลงเพียงแต่ว่านักมวยจะใช้วิธีเช่นนี้ลดน้ำหนักในช่วงที่จะขึ้นชกเท่านั้น ลองนึกดูภาพของนักมวยที่ใส่เสื้อวอร์มคลุมทั้งตัวทั้งหัว วิ่งไปพลาง กระโดดเชือกไปพลาง นักมวยก็อยู่ในเสื้อที่อบร้อนไม่ต่างจากอยู่ในห้องที่ปรับความร้อน ต่างกันเพียงแค่การฝึกโยคะมีความเข้มข้นการออกแรงน้อยกว่านักมวย ฉะนั้นประสิทธิภาพในการเผาผลาญไขมันก็น้อยกว่าในขณะที่ภาวะการสูญเสียน้ำในร่างกายพอๆกัน และหากดื่มน้ำเข้าไปภายหลังน้ำหนักตัวก็จะเพิ่มขึ้นมาเช่นเดิม จะเห็นได้ว่าการฝึกออกกำลังภายในอุณหภูมิที่ร้อนไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เพิ่งค้นพบแต่อย่างใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายแบบนี้เป็นประจำหากไม่ดื่มน้ำเพื่อทดแทนน้ำที่เสียไปในร่างกายอย่างเพียงพอภายหลังก็จะเกิดสภาวะขาดน้ำ ขาดเกลือแร่บางชนิดซึ่งเมื่อสะสมนานวันไปก็จะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา เช่นท้องผูก ระบบย่อยอาหารไม่ดี ความดันโลหิตและปัญหาเกี่ยวกับระบบเส้นประสาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;สำหรับผู้ที่สภาพร่างกายไม่แข็งแรงไม่เหมาะที่จะออกกำลังกายด้วยวิธีการแบบนี้ ทั้งห้องที่ร้อนและการออกกำลังที่ยิ่งมีความเข้มข้นสูงแม้มีประโยชน์ในบางเรื่องแต่ก็มีโทษแฝงอยู่เหมือนดาบสองคม&lt;/strong&gt; เพราะการสูญเสียเหงื่อเป็นจำนวนมากเกินไปในขณะออกกำลังกายไม่ใช่เรื่องดี อาจทำให้ร่างกายมีอาการช็อคหรือเป็นลมหมดสติอย่างกระทันหัน เช่นเดียวกับอาการโอเวอร์ฮีทของรถยนต์ที่น้ำในหม้อน้ำแห้งเหือดหมดไป หรือคล้ายนักมวยที่เป็นโรควูบเพราะลดน้ำหนักมากเกินไป ซึ่งหากรุนแรงก็อาจเสียชีวิตได้ทันที ดังนั้นอย่าเห็นแก่ผลอันฉาบฉวยหรือใจเร็วด่วนได้กับความคิดที่ว่าออกกำลังภายใต้อุณหภูมิสูงจะช่วยลดน้ำหนักตัวได้เร็ว เพราะน้ำหนักที่เห็นว่าลดลงอย่างรวดเร็วนั้นคือน้ำที่เสียไปมิใช่ไขมัน&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7699648787053323682-413475077500155739?l=zonefitfit.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://zonefitfit.blogspot.com/feeds/413475077500155739/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7699648787053323682&amp;postID=413475077500155739&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7699648787053323682/posts/default/413475077500155739'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7699648787053323682/posts/default/413475077500155739'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://zonefitfit.blogspot.com/2009_09_27_archive.html#413475077500155739' title='ฝึกแบบร้อนหรือว่าฝึกแบบเย็น - อันตรายแฝงที่นึกไม่ถึง'/><author><name>BigOne</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16741474113141723194</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='29' src='http://1.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SrC6XOgWkqI/AAAAAAAAAAM/1zWDERIXyDM/S220/bigone.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SsJHR0X7uqI/AAAAAAAAAGM/QTdaW1CKinM/s72-c/%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7699648787053323682.post-1296045321556779512</id><published>2009-09-29T22:23:00.003+07:00</published><updated>2009-09-30T14:09:22.433+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แอโรบิคส์ ฟิตเนส fitness ลดไขมัน วิ่ง ปั่นจักรยาน โยคะ ชี่กง ลมปราณ สุขภาพ'/><title type='text'>โยคะหรือชี่กงมีประโยชน์อย่างไร?</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SsJDOlBwGyI/AAAAAAAAAGE/r8asUBiuW6o/s1600-h/%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%81%E0%B8%87.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5386942022025222946" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 200px; CURSOR: hand; HEIGHT: 150px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SsJDOlBwGyI/AAAAAAAAAGE/r8asUBiuW6o/s200/%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%81%E0%B8%87.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ดังที่ผมเคยกล่าวไว้ในตอนอื่นๆว่าหากมุ่งหวังที่จะลดไขมันอย่างรวดเร็วแล้ว มรรคาที่ดีที่สุดก็คือการออกกำลังกายแนว&lt;strong&gt;แอโรบิคส์(aerobics)&lt;/strong&gt; อย่างเช่นเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิคส์ เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับการฝึกชี่กงหรือโยคะโดยทั่วไปที่ต้องค่อยๆทำอย่างช้าๆแล้วประสิทธิภาพในการเผาผลาญไขมันอยู่ในระดับที่สูงกว่า แต่อย่าเพิ่งเข้าใจว่าโยคะและชี่กงซึ่งเป็นศาสตร์โบราณนั้นมีคุณค่าด้อยกว่าการออกกำลังแบบสมัยใหม่เป็นอันขาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จุดประสงค์หลักของการฝึก&lt;strong&gt;โยคะ&lt;/strong&gt;และ&lt;strong&gt;ชี่กง&lt;/strong&gt;อยู่ที่การพัฒนาศักยภาพของกาย จิตใจ และอารมณ์ อย่างเป็นองค์รวม โดยยังอธิบายลึกลงไปถึงแหล่งพลังงานระดับละเอียดในร่างกายของเราซึ่งเรียกว่า “ปราณ” จึงหมายความว่าทุกๆระบบในร่างกายตลอดจนจิตใจย่อมถูกฝึกฝนพัฒนาไปพร้อมๆกันอย่างสมดุลย์ อย่างค่อยเป็นค่อยไป ต่างกับการออกแรงแบบ&lt;strong&gt;แอโรบิคส์ (aerobics)&lt;/strong&gt;ที่มีประสิทธิภาพสูงในเรื่องการเผาผลาญไขมัน ช่วยพัฒนาระบบไหลเวียนโลหิต เส้นเลือดฝอย และกล้ามเนื้อสีชมพู รวมทั้งความยืดหยุ่น แต่ด้านการพัฒนากล้ามเนื้อสีขาว ระบบโครงสร้างกระดูก ความหนาของเส้นเอ็นยึดกระดูกข้อต่อ เส้นเลือดใหญ่ กลับมีประสิทธิภาพต่ำ ส่วนการออกแรงแบบ&lt;strong&gt;อะแนโรบิคส์ (anaerobics)&lt;/strong&gt; ที่ต้องใช้พลังงานจากกล้ามเนื้อมากกว่า กลับมีประสิทธิผลตรงกันข้ามกับการออกแรงแบบแอโรบิคส์ ด้วยเหตุนี้การออกกำลังกายแบบ&lt;strong&gt;โยคะ&lt;/strong&gt;และ&lt;strong&gt;ชี่กง&lt;/strong&gt;จึงไม่สามารถนำมาจัดเข้าพวกว่าเป็นการออกกำลังแบบ&lt;strong&gt;แอโรบิคส์&lt;/strong&gt;หรืออะแนโรบิคส์อย่างใดอย่างหนึ่งได้เลย หรือยิ่งไปกว่านั้นอาจไม่เป็นทั้งสองประเภทเลยก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเปรียบเทียบข้อดีของ&lt;strong&gt;โยคะ&lt;/strong&gt;และ&lt;strong&gt;ชี่กง&lt;/strong&gt;กับวิธีการออกกำลังกายสมัยใหม่แล้ว การฝึก&lt;strong&gt;โยคะ&lt;/strong&gt;และ&lt;strong&gt;ชี่กง&lt;/strong&gt;ที่พบเห็นโดยส่วนใหญ่ ช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นของร่างกาย พัฒนากล้ามเนื้อส่วนต่างๆ โครงสร้างกระดูก เส้นเอ็น ข้อต่อ รวมทั้งระบบไหลเวียนโลหิต ไม่แตกต่างกับการออกกำลังกายสมัยใหม่แต่อย่างใดเพียงแต่ประสิทธิภาพอาจไม่รวดเร็วเท่าเทียมกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่&lt;strong&gt;โยคะ&lt;/strong&gt;และ&lt;strong&gt;ชี่กง&lt;/strong&gt;ยังมีข้อดีซึ่งการออกกำลังสมัยใหม่อย่าง&lt;strong&gt;แอโรบิคส์&lt;/strong&gt;และ&lt;strong&gt;อะแนโรบิคส์&lt;/strong&gt;ไม่มีหรือมีแต่คุณภาพก็ต่ำกว่าถึงนั่นก็คือการฝึกปราณอันเป็นพลังงานละเอียดที่แม้ในวิทยาการปัจจุบันก็ไม่สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนแต่ยอมรับว่ามันมีอยู่จริง โดยอาจดำรงอยู่ในรูปของคลื่นพลังงาน พลังชีวไฟฟ้าในร่างกาย ความร้อน ความเย็น และมุ่งไปในการฝึกฝนด้านจิตใจโดยตรงอันมีผลต่ออารมณ์ ความคิด การพัฒนาสมอง นอกจากนี้ในด้านกายภาพยังสามารถบริหารอวัยวะภายในได้โดยตรงอีกด้วย แม้คนๆหนึ่งจะฝึกฝนทั้งแบบ&lt;strong&gt;แอโรบิคส์&lt;/strong&gt;และ&lt;strong&gt;อะแนโรบิคส์&lt;/strong&gt;เช่น เล่นเวทเทรนนิ่งกับเต้นแอโรบิคส์ซึ่งเราจะพบได้ตามฟิตเนสทั่วไปก็ยังไม่สามารถเทียบเท่าได้ ดังนั้นฟิตเนสที่หัวใสบางแห่งจึงมีการเพิ่มคอร์ส&lt;strong&gt;โยคะ&lt;/strong&gt;และ&lt;strong&gt;ชี่กง&lt;/strong&gt;เข้าไปในหลักสูตรก็ด้วยเหตุผลนี้&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7699648787053323682-1296045321556779512?l=zonefitfit.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://zonefitfit.blogspot.com/feeds/1296045321556779512/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7699648787053323682&amp;postID=1296045321556779512&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7699648787053323682/posts/default/1296045321556779512'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7699648787053323682/posts/default/1296045321556779512'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://zonefitfit.blogspot.com/2009_09_27_archive.html#1296045321556779512' title='โยคะหรือชี่กงมีประโยชน์อย่างไร?'/><author><name>BigOne</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16741474113141723194</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='29' src='http://1.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SrC6XOgWkqI/AAAAAAAAAAM/1zWDERIXyDM/S220/bigone.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SsJDOlBwGyI/AAAAAAAAAGE/r8asUBiuW6o/s72-c/%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%81%E0%B8%87.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7699648787053323682.post-1740473410771463656</id><published>2009-09-29T22:21:00.003+07:00</published><updated>2009-09-30T14:05:59.084+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แอโรบิคส์ ฟิตเนส fitness ลดไขมัน วิ่ง ปั่นจักรยาน โยคะ ชี่กง ลมปราณ สุขภาพ'/><title type='text'>ฝึกชี่กงหรือโยคะลดไขมันได้จริงหรือ?</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SsJDDbNJdNI/AAAAAAAAAF8/ZaoaEFEYJVw/s1600-h/%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%B0.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5386941830410106066" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 200px; CURSOR: hand; HEIGHT: 150px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SsJDDbNJdNI/AAAAAAAAAF8/ZaoaEFEYJVw/s200/%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%B0.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;มีคนจำนวนไม่น้อยที่ประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนัก ลดไขมันส่วนเกิน ด้วยการฝึกโยคะหรือชี่กง แต่ก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ออกกำลังกายชนิดเดียวกันแต่ไม่สามารถลดได้เลย ทั้งๆที่มีการควบคุมทั้งอาหารมาอย่างดี แล้วสาเหตุมันมาจากอะไรกันแน่?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยประสบการณ์ส่วนตัวแล้ว ผมรู้จักกับครูผู้สอนชี่กงและโยคะเป็นการส่วนตัวมาพอสมควร นอกจากนี้ก็รู้จักผ่านทางสื่อต่างๆตามที่จะหาได้ ผมพบว่าอาจารย์ชี่กงและโยคะหลายต่อหลายท่านมีร่างกายที่แตกต่างกันมาก บางท่านรูปร่างผอมเพรียว บางท่านกำยำล่ำสัน บางท่านถึงกับอ้วนลงพุงจนดูราวกับว่าเป็นคนที่ไม่เคยออกกำลังกายมากก่อนเลยเสียด้วยซ้ำ แต่อาจารย์ทั้งหลายนี้ต่างก็มีความสามารถในศาสตร์วิชาความรู้ของท่านจริงโดยไม่ขึ้นอยู่กับรูปร่างภายนอกเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นจึงต้องมาทำความเข้าใจกันเสียใหม่ว่ากระบวนการในการเผาผลาญไขมันมันเป็นอย่างไรกันแน่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยหลักการเบื้องต้น ร่างกายจะทำการเผาผลาญไขมันส่วนเกินก็ต่อเมื่อมีการใช้พลังงานทางร่างกายที่มีความเข้มข้นต่ำ (คือออกแรงแต่น้อย) อย่างต่อเนื่องยาวนาน (อย่างน้อย 20 นาทีขึ้นไป) โดยในตอนแรกร่างกายจะดึงเอา&lt;strong&gt;ไกลโคเจน&lt;/strong&gt;อันเป็นพลังงานที่สะสมอยู่ในกล้ามเนื้อขึ้นมาใช้ทำหน้าที่จุดระเบิดพลังงานซึ่งกระบวนการนี้จะเริ่มขึ้นที่ประมาณ 5 นาทีแรกของการออกแรง หลังจากนั้นร่างกายจะดึงเอาไขมันที่สะสมอยู่ตามร่างกายเปลี่ยนมาเป็นพลังงานโดยอาศัยออกซิเจนในอากาศที่เราหายใจเข้าไปมาเป็นตัวทำปฏิกิริยา ซึ่งเป็นกระบวนการทำงานในการออกกำลังแบบ&lt;strong&gt;แอโรบิคส์&lt;/strong&gt;นั่นเอง โดยร่างกายในขณะนั้นจะต้องทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อดึงออกซิเจนเข้ามาให้ทันท่วงที จึงเป็นผลให้ร่างกายของคนเรามีอาการเหนื่อยหอบ หายใจเร็ว ตามมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;องค์ประกอบของการออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพในการเผาผลาญไขมันได้ดีก็คือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.ร่างกายต้องออกแรง(มากกว่าปกติ)ด้วยความเข้มข้นต่ำอย่างต่อเนื่องในช่วงระยะเวลาหนึ่ง (20นาทีเป็นอย่างต่ำ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.ในระยะเวลาของการฝึก อัตราการเต้นของหัวใจควรอยู่ที่ 60-85% ของอัตราสูงสุดต่อนาที ซึ่งจะทำได้ก็ต่อเมื่อร่างกายมีการเคลื่อนไหวที่เร็วกว่าปกติเท่านั้น ในความเป็นจริงหากไม่มีเครื่องวัด ก็อาจสังเกตจากอาการเต้นของชีพจรตนเอง โดยเอาจำนวนครั้งที่เต้นของชีพจรในระยะเวลา10 วินาทีคูณด้วย6 ผลลัพธ์ที่อยู่ในเกณฑ์ 72 ถือว่าดีสำหรับผู้ที่แข็งแรง (สำหรับผู้ฝึกใหม่อาจมากกว่านี้คือ 78 หรือ 84)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3.ร่างกายจะขับเหงื่อออกมา เป็นผลการแสดงเห็นว่าร่างกายมีการเผาผลาญไขมัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากไม่ครบองค์ประกอบทั้ง 3 ร่างกายก็ไม่สามารถเผาผลาญไขมันได้ในระดับที่ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขณะที่การฝึก&lt;strong&gt;ชี่กง&lt;/strong&gt;หรือ&lt;strong&gt;โยคะ&lt;/strong&gt;ก็มีหลายรูปแบบและมีลักษณะที่แตกต่างจากกฎเกณฑ์ของการจัดมาตราฐานว่าเป็นการออกแรงชนิดใดกันแน่แต่ก็สามารถเผาผลาญไขมันได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นท่าโยคะบางท่าต้องออกแรงแต่น้อยแต่ก็ใช้เวลาในการทำท่านั้นนานพอสมควร ร่างกายจะต้องออกแรงมากกว่าปกติอยู่ตลอดเวลาแต่ว่าในขณะที่ทำท่าโยคะลมหายใจก็ยาวลึก มีผลให้อัตราการเต้นของหัวใจไม่สูงขึ้นถึงระดับ 60-85%ของอัตราสูงสุดต่อนาที เมื่อเปรียบเทียบด้วยระยะเวลาที่เท่ากันกับการออกแรงแบบแอโรบิคส์ที่อัตราการเต้นของหัวใจถึงระดับ60-85%ของอัตราสูงสุดต่อนาทีแล้วการฝึกโยคะและชี่กงสามารถเผาผลาญไขมันได้น้อยกว่า ซึ่งหมายความว่าหากต้องการจะฝึกโยคะหรือชี่กงชนิดที่เผาผลาญไขมันได้มีคุณภาพเท่ากับการออกแรงแบบแอโรบิคส์ก็ต้องใช้ระยะเวลาฝึกแต่ละครั้งที่นานกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่กล่าวมานี้ไม่ได้หมายความว่า&lt;strong&gt;โยคะ&lt;/strong&gt;กับ&lt;strong&gt;ชี่กง&lt;/strong&gt;มีประสิทธิภาพสู้การออกแรงแบบ&lt;strong&gt;แอโรบิคส์&lt;/strong&gt;ไม่ได้ เพราะต้องไม่ลืมว่าปรัชญาสูงสุดของโยคะและชี่กงอยู่ที่การฝึกทั้งกายและจิต ลมปราณและสมาธิ ไม่ได้มีจุดประสงค์หลักอยู่ที่การลดไขมันส่วนเกินซึ่งนั่นเป็นเพียงผลพลอยได้ การฝึกโยคะและชี่กงต่างก็มีคุณประโยชน์ในตัวของมันเองซึ่งแม้แต่การออกกำลังแบบ&lt;strong&gt;แอโรบิคส์&lt;/strong&gt;และ&lt;strong&gt;อะแนโรบิคส์&lt;/strong&gt;ก็ไม่สามารถเทียบเท่าได้เช่นกัน&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7699648787053323682-1740473410771463656?l=zonefitfit.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://zonefitfit.blogspot.com/feeds/1740473410771463656/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7699648787053323682&amp;postID=1740473410771463656&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7699648787053323682/posts/default/1740473410771463656'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7699648787053323682/posts/default/1740473410771463656'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://zonefitfit.blogspot.com/2009_09_27_archive.html#1740473410771463656' title='ฝึกชี่กงหรือโยคะลดไขมันได้จริงหรือ?'/><author><name>BigOne</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16741474113141723194</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='29' src='http://1.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SrC6XOgWkqI/AAAAAAAAAAM/1zWDERIXyDM/S220/bigone.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SsJDDbNJdNI/AAAAAAAAAF8/ZaoaEFEYJVw/s72-c/%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%B0.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7699648787053323682.post-6190737987227815879</id><published>2009-09-29T22:18:00.003+07:00</published><updated>2009-09-30T01:18:20.667+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แอโรบิคส์ ฟิตเนส fitness ลดไขมัน วิ่ง ปั่นจักรยาน โยคะ ชี่กง ลมปราณ สุขภาพ'/><title type='text'>อยากแข็งแรงแบบไหน?..กำหนดเป้าหมายให้ชัด</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SsI_2tFzFzI/AAAAAAAAAF0/1ZZNw5n-db4/s1600-h/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B8%A5.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5386938313337935666" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 200px; CURSOR: hand; HEIGHT: 150px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SsI_2tFzFzI/AAAAAAAAAF0/1ZZNw5n-db4/s200/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B8%A5.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;สำหรับผู้ที่เริ่มสนใจเรื่องการออกกำลังกายและไม่ทราบว่าควรจะเริ่มอย่างไร หากเลือกวิธีการออกกำลังกายโดยปราศจากความเข้าใจถึงผลลัพธ์ของการออกกำลังแต่ละชนิดก็อาจทำให้วิธีการออกกำลังกายของเขาออกนอกลู่นอกทางได้ การกำหนดเป้าหมายในการออกกำลังกายให้ตนเองจึงมีความสำคัญตรงจุดนี้ เพื่อที่จะได้ออกกำลังกายได้อย่างถูกต้องตรงเป้าและเกิดประสิทธิผลสูงสุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยกตัวอย่างเช่นเราอาจเลือกว่าต้องการความแข็งแรงมีพละกำลัง รูปร่างกำยำล่ำบึ๊ก ดูสมาร์ทไปทุกท่วงท่า หรือต้องการรูปร่างที่ปราดเปรียว คล่องแคล่ว ซึ่งวิธีการออกกำลังก็แตกต่างกัน แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบใดก็ล้วนมีข้อดีและข้อจำกัดในแบบของตนเองทั้งนั้น คนรูปร่างกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแม้มีพละกำลังมากก็จริงแต่ความคล่องแคล่วปราดเปรียวก็ไม่สามารถเทียบเท่าคนที่มีรูปร่างบางกระชับทะมัดทะแมง กลับกันคนที่รู้ร่างบางกระชับแม้จะคล่องแคล่วก็จริงแต่ด้านพละกำลังก็ไม่อาจเทียบเท่าคนที่กล้ามใหญ่โตได้ หรือบางคนอาจจะอยากมีทั้งมัดกล้ามที่ใหญ่โตพอสมควรแต่ขอให้มีความคล่องแคล่วว่องไวบ้างก็อาจจะออกกำลังกายทั้งสองรูปแบบไปพร้อมกันก็ย่อมได้ แต่จะให้ผลของทั้งสองอย่างออกมาดีเทียบเท่ากับคนที่ฝึกร่างกายมาเฉพาะด้านก็คงจะเป็นไปไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีเรื่องเล่าของการฝึกร่างกายผิดประเภทอยู่เรื่องหนึ่ง สมัยที่ผมยังเรียนอยู่ชั้นมัธยม ในการแข่งขันกีฬาสีนั้นมีการคัดเลือกนักวิ่ง 1000 เมตรเข้าลงแข่ง สีของผมมีนักกีฬาเข้าลงแข่งคนหนึ่งซึ่งฝึกร่างกายแบบนักกล้ามมาหลายปี ด้วยความคิดของทุกคนย่อมคิดว่าคนๆนี้มีแรงมากกว่าใครๆต้องชนะอย่างแน่นอน แต่ผลปรากฏว่าในการแข่งขันเขาวิ่งไปได้เพียง 800 เมตรก็เป็นลมล้มพับอยู่ในสนาม ในขณะที่สีอื่นๆเป็นนักวิ่งที่ตัวเล็กๆสามารถเข้าเส้นชัยได้เป็นอันดับหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลากอันใดที่นักกล้ามคนนี้จะเป็นลมหมดสติ เพราะตลอดระยะทางการวิ่งเขาต้องแบกกล้ามเนื้ออันใหญ่โตซึ่งต้องคูณด้วยความเร็วขณะวิ่งทำให้ร่างกายและหัวเข่าต้องรับภาระแบกน้ำหนักที่มากกว่าน้ำหนักตัวของเขาเองหลายเท่า นั่นก็ย่อมจะเป็นงานที่หนักหนาสาหัสกว่านักวิ่งคนอื่นที่ร่างกายเล็กกว่าเป็นธรรมดา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นการฝึกฝนอย่างไม่ถูกวิธีย่อมไม่เกิดประโยชน์อันใดตามที่เราต้องการ ถึงแม้ว่าร่างกายมีความแข็งแรงขึ้นจริงแต่มันก็ยังไม่ใช่แบบที่เราต้องการ....จากอุธาหรณ์ของเรื่องนี้ก็คือ ก่อนจะออกกำลังกายอย่าลืมนึกเสมอว่าเราต้องการจะมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงในแบบใด&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7699648787053323682-6190737987227815879?l=zonefitfit.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://zonefitfit.blogspot.com/feeds/6190737987227815879/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7699648787053323682&amp;postID=6190737987227815879&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7699648787053323682/posts/default/6190737987227815879'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7699648787053323682/posts/default/6190737987227815879'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://zonefitfit.blogspot.com/2009_09_27_archive.html#6190737987227815879' title='อยากแข็งแรงแบบไหน?..กำหนดเป้าหมายให้ชัด'/><author><name>BigOne</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16741474113141723194</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='29' src='http://1.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SrC6XOgWkqI/AAAAAAAAAAM/1zWDERIXyDM/S220/bigone.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SsI_2tFzFzI/AAAAAAAAAF0/1ZZNw5n-db4/s72-c/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B8%A5.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7699648787053323682.post-956516159983978274</id><published>2009-09-29T22:17:00.004+07:00</published><updated>2009-09-30T01:07:21.267+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แอโรบิคส์ ฟิตเนส fitness ลดไขมัน วิ่ง ปั่นจักรยาน โยคะ ชี่กง ลมปราณ สุขภาพ'/><title type='text'>การออกกำลังกายแบ่งเป็นกี่ประเภท?</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SsI_rahuawI/AAAAAAAAAFs/Ev9PhwB_SC8/s1600-h/Aerobics.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5386938119376235266" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 200px; CURSOR: hand; HEIGHT: 132px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SsI_rahuawI/AAAAAAAAAFs/Ev9PhwB_SC8/s200/Aerobics.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ในปัจจุบันเราจะพบว่ามีวิธีการออกกำลังกายมากมายรูปแบบเหลือเกิน ทั้งการเดิน วิ่งจ็อคกิ้ง มาราธอน เต้นแอโรบิคส์ เวทเทรนนิ่งที่ต้องเข้าฟิตเนสไปยกลูกเหล็กเพื่อปั๊มกล้ามให้เป็นมัดๆ รำกระบอง การเล่นกีฬาชนิดต่างๆ หรือหากจะมองไปแนวทางของศาสตร์โบราณก็มีวิธีการออกกำลังกายอย่าง โยคะ ชี่กง รำมวยเพื่อสุขภาพ สำหรับคนที่ไม่เคยออกกำลังกายและเริ่มสนใจว่าตนเองควรจะออกกำลังกายแบบไหนก็คงจะเลือกไม่ถูก หรือไม่ก็เกิดความรู้สึกว่า นั่นก็น่าเรียน นี่ก็น่าฝึก สุดท้ายเลยไม่รู้จะเลือกออกกำลังกายชนิดใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางคนอาจเลือกวิธีออกกำลังกายในรูปแบบที่ตนเองชอบแต่นั่นก็ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าวิธีการออกกำลังกายเช่นนั้นจะสร้างความสมบูรณ์ของร่างกายได้ทุกส่วน ในเมื่อร่างกายของคนประกอบไปด้วยระบบการทำงานต่างชนิดกันเป็นจำนวนมาก การออกกำลังกายชนิดหนึ่งอาจส่งผลดีต่อระบบการทำงานในร่างกายบางระบบในขณะที่บางระบบอาจได้ผลน้อยหรืออาจไม่ได้รับการกระตุ้นเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากเราจะแบ่งชนิดของวิธีการออกกำลังกายแบ่งต่างๆโดยอ้างอิงจากองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน อาจสามารถแบ่งวิธีการออกกำลังกายออกได้ 3 ประเภทดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;1.การออกกำลังแบบแอโรบิคส์ (Aerobics)&lt;/strong&gt; เป็นการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นต่ำ มีความจำเป็นต้องใช้ออกซิเจนซึ่งได้จากอากาศที่เราหายใจเข้าไปมาช่วยในการสันดาปพลังงานในร่างกาย การออกกำลังกายแบบแอร์โรบิคส์นั้นมีลักษณะการใช้แรงแต่น้อยด้วยระยะเวลาที่ยาวนานต่อเนื่องในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งมีผลดีต่อระบบไหลเวียนโลหิต หัวใจ และเส้นประสาท นอกจากนี้ยังช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกาย และพัฒนาความแข็งแรงของมัดกล้ามเนื้อสีแดง และสร้างความยืดหยุ่นของร่างกาย การออกกำลังกายประเภทนี้ได้แก่ การเดิน จ็อคกิ้ง วิ่งมาราธอน ปั่นจักรยานอยู่กับที่ เต้นรำ เต้นแอร์โรบิคส์ หรือหากจะพูดให้เข้าใจง่ายก็คือเป็นการออกกำลังที่ต้องอาศัยความอึดนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;2.การออกกำลังแบบอะแนโรบิคส์ (Anaerobics)&lt;/strong&gt; คือการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูง มีลักษณะใช้กำลังมากในช่วงระยะเวลาสั้นๆ โดยร่างกายจะดึงพลังงานจากกล้ามเนื้ออย่างฉับพลันซึ่งออกซิเจนไม่สามารถทำการเผาผลาญได้ทันท่วงที ซึ่งผลจากการใช้พลังงานเช่นนี้จะทำให้ร่างกายสร้างกรดแลคติด (Lactic Acid) ซึ่งก่อให้เกิดอาการเมื่อยล้าขึ้นและโดยร่างกายจะต้องทำการสลายกรดแลคติดนี้ด้วยออกซิเจนในภายหลัง การออกกำลังกายประเภทนี้ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อโดยเฉพาะมัดกล้ามเนื้อสีขาว กระดูก ข้อต่อ เส้นเอ็น ได้แก่ การเล่นเวทเทรนนิ่ง ยกน้ำหนัก เพาะกาย การวิ่งระยะสั้น หรือจะเรียกการออกกำลังกายแนวนี้ว่าแนวจอมพลังก็คงจะไม่ผิดนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;3)การออกกำลังกายแบบผสมผสาน&lt;/strong&gt; หมายถึงการออกกำลังกายที่มีลักษณะร่วมของการออกกำลังกายแบบแอโรบิคส์กับอะแนโรบิคส์เข้าด้วยกัน โดยบางช่วงก็มีลักษณะเป็นการออกกลังแบบแอโรบิคส์ บางช่วงก็เป็นการออกกำลังแบบอะแนโรบิคส์ การออกกำลังกายประเภทนี้ส่วนมากจะพบได้ในการเล่นกีฬาชนิดต่างๆ อาทิฟุตบอล บาสเก็ตบอล การปั่นจักรยานทางไกล ยกตัวอย่างเช่นในการเล่นฟุตบอล การสปีดตัวเข้าไปแย่งลูก หรือการยิงประตู เป็นการออกกำลังแบบอะแนโรบิคส์ ส่วนการวิ่งไปวิ่งมาในเกมส์การแข่งขันเป็นการออกกำลังแบบแอโรบิคส์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีการแบ่งชนิดของการออกกำลังกายเป็น 3 ประเภทข้างต้นเป็นเพียงการจัดแบ่งตามองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ดี ยังมีการออกกำลังกายบางประเภทที่มีลักษณะผสมผสานเช่นกันเพียงแต่มิได้ใช้มาตรฐานข้างต้นเป็นตัวชี้วัด นั่นก็คือการออกกำลังกายที่เป็นศาสตร์โบราณเก่าแก่อย่างเช่น การฝึกโยคะ ชี่กง ลมปราณ รำมวยจีน ซึ่งใช้มุมมองที่ลึกลงไปถึงสรีระทางร่างกายรวมถึงอวัยวะภายในต่างๆ ทำให้เกิดมีวิธีออกกำลังกายที่มีรูปแบบแตกต่างกันหลายชนิด เช่น การขยับ การนิ่ง การบีบ การคลาย การกด คลึง ถู บิดนวดอวัยวะภายใน การขับล้าง การเสริมสร้าง ซึ่งกระบวนการเหล่านี้อาจสามารถจัดรวมเป็นการออกกำลังแบบแอโรบิคส์หรืออะแนโรบิคส์ก็ได้ ในทางกลับกันอาจไม่เป็นทั้งสองอย่างเลยก็ได้ ซึ่งผมจะอธิบายอีกครั้งในหัวข้อที่เกี่ยวข้องนะครับ&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7699648787053323682-956516159983978274?l=zonefitfit.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://zonefitfit.blogspot.com/feeds/956516159983978274/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7699648787053323682&amp;postID=956516159983978274&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7699648787053323682/posts/default/956516159983978274'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7699648787053323682/posts/default/956516159983978274'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://zonefitfit.blogspot.com/2009_09_27_archive.html#956516159983978274' title='การออกกำลังกายแบ่งเป็นกี่ประเภท?'/><author><name>BigOne</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16741474113141723194</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='29' src='http://1.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SrC6XOgWkqI/AAAAAAAAAAM/1zWDERIXyDM/S220/bigone.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SsI_rahuawI/AAAAAAAAAFs/Ev9PhwB_SC8/s72-c/Aerobics.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7699648787053323682.post-4920344894987925673</id><published>2009-09-29T21:54:00.004+07:00</published><updated>2009-09-30T01:25:35.191+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='แอโรบิคส์ ฟิตเนส fitness ลดไขมัน วิ่ง ปั่นจักรยาน โยคะ ชี่กง ลมปราณ สุขภาพ'/><title type='text'>มาออกกำลังกายกันเถอะ</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SsJRFApHZ8I/AAAAAAAAAGk/5D0a5CAaI0o/s1600-h/%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5386957250802182082" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 200px; CURSOR: hand; HEIGHT: 70px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SsJRFApHZ8I/AAAAAAAAAGk/5D0a5CAaI0o/s200/%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;สำหรับคนรักสุขภาพแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือการออกกำลังกายในชีวิตประจำวัน แต่เคยสงสัยกันบ้างไหมว่าการออกกำลังกายที่เรากำลังทำกันอยู่เป็นประจำนั้นเพียงพอหรือสามารถสร้างความสมบูรณ์ให้แก่องคพายพของร่างกายได้อย่างครบถ้วน หากมองไปรอบๆตัวเราจะพบว่าวิธีการออกกำลังกายนั้นมีอยู่มากมายหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น เดิน วิ่งมาราธอน จ็อคกิ้ง ปั่นจักรยาน แอโรบิคส์ เวทเทรนนิ่ง ชี่กง โยคะ ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราจะพบว่าการออกกำลังกายหลายๆต่อหลายชนิดแม้จะบอกว่ามีผลดีต่อสุขภาพเหมือนๆกัน แต่เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วแต่ละชนิดของการออกกำลังกายก็มีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ยกตัวอย่างเช่น ใช้แรงมากกับใช้แรงน้อย แบบช้าๆกับแบบเร็วๆ แล้วการออกกำลังแต่ละอย่างนั้นมีข้อดีอย่างไร มีข้อจำกัดบ้างไหม แล้วเราควรจะออกกำลังกายกันอย่างไรจึงจะได้คุณประโยชน์สูงสุดจากการลงแรงกายสูญเสียหยาดเหงื่อไปอย่างคุ้มค่าเพื่อแลกกับความมีสุขภาพดีและมีรูปร่างบุคลิกภาพตามที่เราต้องการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เว็บบล็อกนี้ผมจึงได้พยายามรวบรวมองค์ความรู้ในการออกกำลังกายหลายๆประเภทจากแหล่งความรู้ต่างๆ รวมทั้งจากประสบการณ์ที่เคยออกกำลังกายมาหลายๆประเภทในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ด้วยเกรงว่าหากไม่เขียนลงไปบ้างวันหนึ่งก็คงจะลืมเป็นแน่แท้และเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจที่รักการออกกำลังกายทุกๆท่าน&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7699648787053323682-4920344894987925673?l=zonefitfit.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://zonefitfit.blogspot.com/feeds/4920344894987925673/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7699648787053323682&amp;postID=4920344894987925673&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7699648787053323682/posts/default/4920344894987925673'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7699648787053323682/posts/default/4920344894987925673'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://zonefitfit.blogspot.com/2009_09_27_archive.html#4920344894987925673' title='มาออกกำลังกายกันเถอะ'/><author><name>BigOne</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16741474113141723194</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='29' src='http://1.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SrC6XOgWkqI/AAAAAAAAAAM/1zWDERIXyDM/S220/bigone.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_6_vFT_FsLZs/SsJRFApHZ8I/AAAAAAAAAGk/5D0a5CAaI0o/s72-c/%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
